ปริญญากิตติมศักดิ์ “สมีเณรคำ”

ผมรอร้อรอ......ข่าวนี้มานานแล้ว  คือ ข่าวมรภ. อุบลราชธานีในกรณีสมีเณรคำตัวนี้  วันนี้อ่านพบข่าว “มรภ.อุบลฯ เล็งถอดถอนปริญญากิตติมศักดิ์ “เณรคำ”

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่า ผมจบปริญญาตรี วิชาเอกภาษาไทย วิชาโทภาษาอังกฤษ ที่วิทยาลัยครูนครสวรรค์ ตอนนี้ก็เป็น มรภ. นครสวรรค์

ถึงแม้จบปริญญาโทกับปริญญาเอกที่ธรรมศาสตร์ ผมก็ยังเคารพนับถือสถาบันเดิมเสมอ ถึงแม้จะเป็นคนละวิทยาลัย

ตอนนี้สอนที่ มทร. อีสานซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยในระดับใกล้เคียงกันกับ มรภ. กลัวว่าจะเป็นกรณีให้สองมหาวิทยาลัยตีกัน

เป็นความเห็นส่วนตัว เพื่อสังคมจริงๆ

เนื้อหาข่าวก็เป็นดังนี้

จากกรณีที่ปี 2553 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีได้จัดพิธีถวายปริญญาบัตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา แก่หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ

โดย ดร.พิศิษฐ์ วรอุไร นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และ ผศ.ชัยวัฒน์ บุณฑริก อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี นำไปถวายถึงวัดป่าขันติธรรมนั้น

แต่หลังจากมีข่าวพฤติกรรมลวงโลก ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าทางมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีจะดำเนินการอย่างไรเพื่อรักษาเกียรติภูมิของสถาบัน

จะมารักษาเกียรติภูมิอะไรกำลังนี้  ชื่อเสียงเกียรติภูมิมันเสียไป ตั้งแต่เอาไปให้สมีเณรคำแล้ว

ผมเห็นปกหนังสือที่ว่า “ขอเป็นชาติสุดท้าย” อะไรทำนองนั้น  ผมก็รู้ว่า “อรหัน” เณรคำ ปราชิกไปแล้ว 

ที่ถูกที่ควรก็คือ  ไม่ควรเอาปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ไปให้สมีเณรคำตั้งแต่ต้น  คณะกรรมการที่พิจารณาเรื่องนี้ ต้องออกมาขอโทษสังคม และยอมรับผิด

ชื่อเสียงเกียรติภูมิของมหาวิทยาลัยถึงจะยังคงมีอยู่  ไม่ใช่มาแก้ตัว แบบนักการเมืองกันแบบนี้

ล่าสุดวันนี้ (3 ก.ค.) ผศ.ประชุม ผงผ่าน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยได้หารือกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีษะเกษแล้วว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปเพื่อไม่ให้กระทบภาพลักษณ์ของสถาบัน

มันกระทบจนป่นเป็นแป้งไปแล้ว

ซึ่งทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีษะเกษได้ให้คำแนะนำว่าให้รอผลการสอบพระธรรมวินัยจากคณะกรรมการ ซึ่งได้มีการแต่งตั้งไปแล้ว และอยู่ระหว่างการสอบหาข้อเท็จจริง

มันตลกมากเลย ตามข่าวนี้  มหาวิทยาลัยมีอาจารย์มากมายมหาศาล ต้องรอผลการสอบวินัยจากหน่วยงานอื่นๆ หรือไง

องค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยมันมากกว่า หน่วยงานของ พศ. ไม่รู้เท่าไหร่

ไอ้ที่รอแบบนี้ น่าจะรับเงินบริจาคของสมีเณรคำไปเยอะ

โดยคณะกรรมการจะสอบใน 3 ประเด็น คือ การจัดตั้งวัด การจัดสรรเงินบริจาคว่าใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ขอรับบริจาคหรือไม่ และการตรวจสอบกรณีข้อร้องเรียนเรื่องมีภรรยาและบุตร

ก็เป็นอย่างนี้ ไอ้เรื่องที่เห็นชัดๆ จัดการได้เลยคือ อวดอุตริมนุษยธรรมที่มีในตน เสือกไม่เอามาเป็นประเด็น

เสือกไปเลือกประเด็นที่มันต้องใช้เวลานานๆ

นอกจากนี้ยังต้องรอผลการตรวจสอบของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ (ปปง.) ซึ่งจะสอบธุรกรรมการเงินของหลวงปู่เณรคำ โดยข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีกว่า 10 บัญชีที่มีเงินหมุนเวียนหลายร้อยล้านบาท

จะต้องไปรอ ปปง. ทำไม  เรื่อปราชิกอีกเรื่องหนึ่งก็คือ พระเอาเงินใครไป เกิน 4 มาสกก็ปราชิกแล้ว ไม่เห็นจะต้องไปตรวจสอบเงินร้อยล้าน พันล้าน

หลังจากได้ผลสรุปการสอบข้อเท็จจริงจากทั้ง 2 หน่วยงานแล้ว หากพบว่าหลวงปู่เณรคำมีพฤติกรรมมิชอบ ผิดพระธรรมวินัย และทำธุรกรรมทางการเงินโดยทุจริตจริง จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอต่อที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

ให้ใช้อำนาจถอดถอนการถวายปริญญาบัตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากหลวงปู่เณรคำ เพราะถือว่าไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการยกย่องอีกต่อไป

อยากจะหัวร่อให้ฟันหลุด  หัวร่อคงไม่หลุดหรอก พวกเณรคำมาต่อยเอาคงจะหลุด 

ผมขอบอกเพื่อนอาจารย์ใน มรภ. อุบลราชธานีทุกคนว่า ท่านต้องออกมาปกป้องสถาบันของท่านได้แล้ว  คณะบริหารชุดนี้ ไล่มันออกไปเถอะ

เรื่องแค่นี้ ยังต้องรอโน่น รอนี่ แล้วจะบริหารงานมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือ......

ผศ. ประชุมกล่าวว่า ช่วงที่มีการถวายปริญญาบัตรแก่หลวงปู่เณรคำนั้น ตนไม่มีส่วนรับรู้ด้วยเพราะเป็นภารกิจของอธิการบดีคนเก่า ตนเพิ่งมารับตำแหน่งแทนเมื่อเดือนมกราคม 2556

ผศ. ประชุมนี่ เป็นนักการเมืองได้เลย  แต่ก็อย่างว่า การที่จะขึ้นเป็นอธิการบดีของ มรภ. ได้ ก็ต้องเป็นนักการเมืองอยู่แล้ว เป็นนักการเมืองในมหาวิทยาลัย

สำหรับมูลเหตุที่ถวายปริญญาบัตรมีเหตุผลประกอบ คือ บุคคลผู้นั้นทำคุณประโยชน์ต่อสาธารณชนต่อเนื่อง

และทราบว่าช่วงที่หลวงปู่เณรคำพักอยู่สำนักสงฆ์ขันติธรรมได้มาบรรยายธรรมให้คณาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรของสถาบันเป็นประจำทุกปี และมีการมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาในช่วงที่มีชื่อเสียง

ไม่ได้ตรวจสอบว่า พระปราชิกหรือไม่เลยหรือไง....

ส่วนการบริจาคทรัพย์เพื่อสร้างถาวรวัตถุแก่มหาวิทยาลัยนั้นตรวจสอบแล้วไม่พบข้อมูล

ข้อความสุดท้ายนี่ สงสัยไปเลียนแบบ ดร. (ปลอม) สุขุมมา  ผมก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย บังเอิญเป็นดอกเตอร์ด้วย  ให้ปริญญากิตติมศักดิ์แบบนี้ คนที่ได้ไม่เคยบริจาคเงินเลย

ให้อมพระแก้วมรกตที่สมีเณรคำสร้างมาพูด ผมก็ไม่เชื่อ  คนอมปากจะฉีกด้วย เพราะ พระท่านใหญ่



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น